กู้ร่วมซื้อบ้านทางออกของคนอยากมีบ้านแต่รายได้ไม่ถึง

เมื่อพูดถึงคำว่า บ้าน คนส่วนใหญ่ต้องการที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองแต่หากรายได้ที่มีไม่เพียงพอที่จะซื้อบ้านได้ การกู้ร่วมซื้อบ้านก็เป็นทางเลือกที่หลายคนทำกัน ซึ่งการกู้ร่วมเราสามารถกู้ร่วมได้แค่กับคนในครอบครัวใกล้ชิดที่มีนามสกุลเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ สามีภรรยา ลูก หรือพี่น้องร่วมสายเลือด การกู้ร่วมสามารถกู้เงินร่วมกันตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 คน ภายใต้สัญญากู้เดียวกันการกู้ร่วมจะทำให้เพิ่มโอกาสกู้ผ่านหรือได้วงเงินกู้เพิ่มขึ้น ผู้กู้ร่วมจะมีภาระหนี้สินคนละครึ่ง หรือมีสัดส่วนเท่าๆ กัน ดังนั้นวันนี้เรามาสรุปการกู้ร่วมในแต่ละแบบกันเลย

1. กู้ร่วมซื้อบ้านกับแฟน สามารถแสดงหลักฐานแสดงความผูกพันแม้จะไม่ได้มีการจดทะเบียน เช่น การ์ดงานแต่งงาน หนังสือรับรองบุตร ใบสูจิบัตรที่ระบุชื่อพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด หรือทะเบียนบ้านปัจจุบันที่มีชื่อผู้กู้ทั้งคู่อยู่ การกู้ร่วมในกรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั้น จะใส่ชื่อของผู้ยื่นกู้ทั้งสองคนเป็นเจ้าของทรัพย์ร่วมกันแทน เพื่อป้องกันปัญหาภาระหนี้สินหรือกรรมสิทธิ์ที่จะตกอยู่กับคนใดคนหนึ่งในกรณีเลิกรากันในภายหลัง
2. กู้ร่วมซื้อบ้านกับสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเลือกใส่ชื่อผู้กู้คนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ หรือใส่ชื่อผู้กู้ทั้ง 2 คนเพื่อให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันได้เช่นกัน ในกรณีที่ต้องเลิกรากันไปก่อนผ่อนบ้านครบกำหนด โดยต้องตกลงว่าใครจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของสินทรัพย์ที่ยื่นกู้ร่วมกันต่อ รวมถึงชดเชยเงินที่ผ่อนชำระไปเเล้วให้เรียบร้อย
3. กู้ร่วมซื้อบ้านกับเพื่อน จะไม่สามารถยื่นขอกู้ร่วมได้ ยกเว้นในกรณีของเพื่อนคู่รักเพศเดียวกัน(LGBTQ+) ซึ่งจะสามารถยื่นขอกู้ซื้อบ้านร่วมกันได้ โดยแสดงเอกสารความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ทะเบียนบ้านที่มีชื่ออยู่ร่วมกัน, บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน, เอกสารการประกอบธุรกิจร่วมกัน, รูปถ่ายแสดงความสัมพันธ์ และลายเซ็นในเอกสารรับรองการอยู่ร่วมกัน
4. กู้ร่วมซื้อบ้านกับพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องนามสกุลเดียวกัน หรือคนละนามสกุลที่มีเอกสารหลักฐานแสดงความผูกพันธ์ เช่น ทะเบียนบ้าน หรือสูจิบัตร ก็สามารถยื่นขอเป็นผู้กู้ร่วมได้ การขอเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ หรือขอถอดชื่อกู้ร่วมได้ง่ายกว่ากรณีการกู้ร่วมกับสามีภรรยาที่มีโอกาสเลิกรา และไม่ติดต่อกันอีกเลยก็เป็นได้
5. กู้ร่วมซื้อบ้านกับพ่อแม่ จะเกิดขึ้นได้ในสองกรณีหลักๆ ได้แก่ กรณีที่พ่อแม่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เอง แต่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาซึ่งธนาคารส่วนใหญ่กำหนดอายุผู้กู้ร่วมต้องไม่เกิน 60ปี หรือกรณีที่ลูกต้องการซื้อบ้านเอง แต่ไม่สามารถยื่นกู้ได้ด้วยตัวเองโดยลำพัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุการทำงาน หลักฐานทางการเงิน หรือปัจจัยภาระทางการเงิน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกกู้ร่วมแบบไหนหรือซื้อบ้านกับใคร สิ่งสำคัญที่จะต้องวางแผนให้เรียบร้อยตั้งเเต่ก่อนยื่นเอกสารขอกู้ร่วม คือ การจัดการกรรมสิทธิ์ของสินทรัพย์ที่ยื่นกู้ เพราะเมื่อยื่นกู้ร่วมกันเเล้ว จะถือว่าเป็นหนี้ร่วมกัน และจะมีกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์เท่าๆ กัน และนี่ก็เป็นเรื่องราวกู้ร่วมที่เราควรรู้ เพื่อไม่ให้พลาดทุกการตัดสินใจ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะรักษากันและกันไว้ พูดคุยปรับความเข้าใจกันบ่อย ๆ และบ้านหลังนี้ก็จะอยู่เป็นของกันและกัน

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *